Eau Fraîche: คำนิยาม ความแตกต่างจากโคโลญ และน้ำหอมฤดูร้อน

ปัจจุบันมีน้ำหอมหลายประเภท ซึ่งจะมีความเข้มข้นในแอลกอฮอลมากน้อยต่างกัน: Eau de Toilette, Eau de Cologne, Eau de Parfum, น้ำหอมเข้มข้น รวมถึง Eau Fraîche น้ำหอมประเภทหลังมีความเข้มข้นในแอลกอฮอลน้อยกว่า Eau de Toilette และโดดเด่นด้วยความสดชื่นและความสดสดใสที่ทำให้เป็นน้ำหอมฤดูร้อนในอุดมคติ
Eau Fraîche คืออะไร?
จากช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 Eau de Cologne ให้แรงบันดาลใจแก่ Eau Fraîche พวกมันมีโครงสร้างที่มีแง่มุมมากกว่าและอยู่ทนกว่า Eau de Cologne คลาสสิก
พวกมันยังกระจายตัวได้ดีกว่า และไม่ได้ประกอบด้วยองค์ประกอบเดียวกับEau de Cologne คลาสสิก ซึ่งประกอบด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ 99%
องค์ประกอบทางเทคนิค
Eau Fraîche (ความเข้มข้น 6%-15%) มีโน้ตฐานที่มีกลิ่นชิปเปรเล็กน้อย (พร้อมมอสหรือแพตชูลี) และไม้ (โดยเฉพาะเวติเวอร์หรือซีดาร์) รวมถึงโน้ตดอกไม้มะลิ
พวกมันมีโน้ตสังเคราะห์ โดยเฉพาะด้วยHédione ของ Firmenich ที่มีชื่อเสียง ซึ่งช่วยทำให้โน้ตสดชื่นในน้ำหอมยืนยาว Eau Fraîche ตัวแรกที่ปรากฏคือ Eau Sauvage, Eau de Guerlain และ Eau de Rochas
Eau Fraîche และตระกูลเฮสเปอริดีส
พึงระลึกว่าน้ำหอมถูกจัดเรียงในรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ซับซ้อนของส่วนประกอบหลายอย่าง ที่ประกอบกันเพื่อสร้าง “คอร์ด” Eau Fraîche อยู่ในตระกูลเฮสเปอริดีส (ซิตรัส) ซึ่งมักถูกประดับด้วยแง่มุมชิปเปรหรือแง่มุมความสดชื่นใหม่
ในพีระมิดกลิ่น แง่มุมเฮสเปอริดีสพบในน้ำหอมเกือบทุกตัว ประดับด้วยโน้ตบน ดังนั้นจึงเป็นแง่มุมที่ระเหยและอยู่ทนน้อย เหมือน Eau Fraîche
เมื่อใดและทำไมจึงใช้ Eau Fraîche?
ด้วยความสดชื่นและความสดสดใส Eau Fraîche เหมาะอย่างยิ่งสำหรับวันที่ร้อน (ฤดูร้อน)
น้ำหอม “วงเล็บ”: Eau Fraîche สามารถใช้ได้หากคุณต้องการเปลี่ยนน้ำหอมตามอารมณ์ หรือเพียงในช่วงวันหยุดหรือสุดสัปดาห์ ซึ่งจะช่วยให้คุณหยุดพักจาก “น้ำหอมลายเซ็น” ปกติ (ซึ่งมักเข้มข้นกว่า)
หากเปรียบน้ำหอมกับการแต่งหน้า จะเหมือนกับการเปลี่ยนจากแต่งหน้าเข้มข้น (ตาดำ ลิปสีแดงสด) มาเป็นแต่งหน้า nude ที่เป็นธรรมชาติกว่า
Eau Fraîche ที่เป็นสัญลักษณ์
Eau Fraîche “ระดับสถาบัน”
- Eau Sauvage – Dior
- Eau – Guerlain
- Ô – Lancôme
- Eau – Hermès
- Eau d’Orange Verte – Hermès
- Eau – Cartier
- Eau – Givenchy
- Eau Fraîche – Dior
- Les Eaux Fraîches – Roger Gallet
- Les Eaux de Politesse – Serge Lutens
น้ำหอมสมัยใหม่ที่ถือว่าเป็น Eau Fraîche
- Les Aqua Allegoria – Guerlain
- Eau Dynamisante – Clarins
- Eau de Soleil Blanc – Tom Ford
- Néroli Portofino – Tom Ford
- Les Escales – Dior
- Les Jardins – Hermès
- Les Eaux de Cologne Atelier Cologne: Orange sanguine
- Citron Noir – Hermès
- Yuzu Man – Caron
- Dimanche à la Campagne – Guerlain
- Bronze Goddess – Estée Lauder
- CK One – Calvin Klein
- Thé – Bulgari
ไม่มีกฎระเบียบเฉพาะสำหรับ Eau Fraîche แต่ละแบรนด์จึงสามารถเลือกเรียกผลิตภัณฑ์ว่า « Eau Fraîche » ได้
โครงสร้างกลิ่นของ Eau Fraîche
เพื่อสร้าง Eau Fraîche นักปรุงน้ำหอมมักใช้ DNA ของน้ำหอมต้นฉบับ ที่ประดับด้วยโน้ตสดชื่นมาก:
- โน้ตซิตรัส
- โน้ตเขียวหรือพืช (หญ้าตัด)
- โน้ตทะเล มหาสมุทร หรือไอโอดีน
- โน้ตดอกไม้สดชื่น (โบตั๋น ฟรีเซีย ถั่วหอม มิ้นต์ ไลแลค)
- โน้ตผลไม้สดชื่น (เมลอน แตงโม สาลี่ แอปเปิล)
- โน้ตอะโรมาติก (มิ้นต์ โป๊ยกั๊ก ลาเวนเดอร์)
- โน้ตอัลดีไฮด์
การแปรผันสดชื่นของน้ำหอมชื่อดัง
สำหรับผู้ชาย:
- Dior Homme Cologne
- L’Homme Idéal Cologne / Cool – Guerlain
- Le Beau Mâle – Jean Paul Gaultier
- L’Homme Ultime – Yves Saint Laurent
สำหรับผู้หญิง:
- Chance Eau Vive / Eau Fraîche – Chanel
- Shalimar Souffle de Parfum – Guerlain
- Eau Fraîche Addict – Dior
- Eau Fraîche จาก Mugler, Caudalie, Nuxe, Miu Miu, La Vie Est Belle และ Sisley